| ประวัติความเป็นมาของศิลาดล จังหวัดเชียงใหม่ |
ศิลาดลเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ความร้อนสูง เคลือบด้วยขี้เถ้าไม้ผสมดินหน้านาทำให้เคลือบเป็นสีเขียวเหมือนหยก เป็นการเคลือบธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ศิลาดล ( celadon ) หรือเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก หมายถึง เครื่องปั้นดินเผาที่เคลือบด้วยวัสดุธรรมชาติมีลักษณะเป็นเคลือบใสสีเขียวหยกมองทะลุเนื้อดินได้ ผิวเคลือบจะราน ( แตกลายงา crack ) สีเขียวที่เกิดขึ้นทำได้โดยการทำไม้ก่อไม้รกฟ้ามาเผาเอาขี้เถ้า แล้วนำมาผสมกับดินหน้าผิวนาแล้วเผาเคลือบด้วยวิธี ลดออกซิเจน ( reducing ) เผาความร้อนสูงประมาณ 1,2060-1,300 องศาเซลเซียส
ศิลาดล หรือสังคโลก มาจากคำภาษอังกฤษสันสกฤตคำว่า " ศิลา " แปลว่าหิน " ดล " แปลว่าเขียว รวมกันแปลว่าหินสีเขียว เป็นผลงานความพยายามของมนุษย์ที่จะเลียนแบบหยกในธรรมชาติ โดยที่หยกได้รับความนิยมว่าเป็นหินที่ได้รับความนิยมว่าเป็นหินธรรมชาติที่แข็งแกร่งสวยงาม และนำโชคลาภมาให้ " ศิลาดล"ทำขึ้นโดยวัสดุธรรมชาติล้วนๆไม่มีสารเคมีใด ๆ เจือปนจึงได้รับยกย่องว่ามีความปลอดภัยสูงจึงใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร "ศิลาดล"มักตกแต่งให้สวยงามโดยการขูดแกะสลักเซาะร่องหรือ กด ประทับ ก่อนที่จะเคลือบ สำหรับศิลาดลของเชียงใหม่ยุคปัจจุบัน ได้กำเนิดขึ้นมาเมื่อกว่า ๙๐ปีมาแล้วโดยชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่ (บริเวณธนาคาร กรุงเทพ สาขาช้างเผือก และโรงแรม ช้างเผือก ถ.โชตนา ในปัจจุบัน) ชาวไทยใหญ่เหล่านี้ได้ตั้งบ้านเรือนและทำเตาเผาเครื่องเคลือบดินเผาศิลาดลซึ่งเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านหรือกิจการในครอบครัวต่อมาบุคคลผู้สืบสานและบุกเบิกการทำเครื่องปั้นดินเผาศิลาดลในเชิงการค้าเมื่อกว่า๕๐ ปีที่ผ่านมาคือ “ลุงแดง” หรือ “คุณบุณยืน วุฒิสรรพ์” โดยใช้ชื่อว่า “โรงงานเชียงใหม่สังคโลก” จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งดินดำซึ่งเป็นวัตถุดิบ สำคัญที่นำมาใช้ในการผลิต ศิลาดล เพราะเชียงใหม่เป็นแหล่งดินดำซึ่งผิดกับลำปางเพราะดินของลำปางเป็นดินขาว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเครื่องปั้นดินเผาของเชียงใหม่กับลำปางจะมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและดินของลำปางก็ไม่สามารถนำมาผลิตศิลาดลได้ ในช่วงที่เชียงใหม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าหลายครั้งในเวลาต่อมาทำให้ศิลปะการผลิตศิลาดลเริ่มขาดการสืบทอด จนกระทั่งในช่วงทศวรรษ ๒๕๑๐เริ่มมีนักโบราณคดีชาวไทยและต่างประเทศหลายราย ที่ทราบว่าเชียงใหม่เคยเป็นแหล่งผลิตสำคัญของศิลปะแขนงนี้มีความต้องการจะฟื้นฟูกลับขึ้นมาอีกครั้ง (ข้อมูลอ้างอิงสรรพช่าง : ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่)
อ้างอิง http://tisc.feu.ac.th/content.aspx?file_upload_id=2036 |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น